ลองจินตนาการดูนะคะว่าเช้าวันจันทร์ที่สดใส คุณเดินเข้าออฟฟิศ เปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมส่งงานสำคัญ แต่ปรากฏว่าไฟล์งานทั้งหมดเปลี่ยนนามสกุลแปลก ๆ เปิดไม่ได้สักไฟล์

แถมบนหน้าจอยังมีข้อความสีแดงเด้งขึ้นมาขู่ว่า ถ้าอยากได้ไฟล์คืน ให้จ่ายเงินมาเป็นสกุลเงินบิทคอยน์ภายใน 24 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบถาวร

นี่ไม่ใช่ฉากในหนังสายลับ แต่มันคือเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับธุรกิจทั่วโลกทุก ๆ 11 วินาที สิ่งนี้เรียกว่า Ransomware หรือ มัลแวร์เรียกค่าไถ่ ค่ะ มันคือฝันร้ายที่สุดของคนทำธุรกิจ เพราะมันไม่ได้ขโมยข้อมูลไปเฉย ๆ แต่มันล็อกข้อมูลของเราไว้ไม่ให้เราใช้ทำงานต่อได้

Ransomware: How an attack could impact you

โจรเรียกค่าไถ่ในคราบไฟล์คอมพิวเตอร์

อธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด Ransomware ก็เหมือนโจรที่แอบย่องเข้ามาในบ้านเราตอนเผลอ แต่แทนที่มันจะขโมยทีวีหรือตู้เย็นออกไป มันกลับเอา โซ่เส้นใหญ่ มาล็อกประตูห้องเก็บของ ห้องทำงาน และตู้เซฟของเราไว้จนแน่นหนา

กุญแจที่จะไขโซ่นี้ได้มีแค่ดอกเดียว และอยู่ที่ตัวโจรค่ะ ถ้าเราอยากไขเข้าไปเอาของ เราก็ต้องยอมจ่ายเงินค่าไถ่ตามที่มันเรียกร้อง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเงินจำนวนมหาศาลหลักแสนหรือหลักล้านบาท

ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ต่อให้เรายอมจ่ายเงิน ก็ไม่มีอะไรการันตีเลยค่ะว่าโจรจะส่งกุญแจมาให้จริง หรือไฟล์ที่ได้คืนมาจะสมบูรณ์เหมือนเดิม นี่คือเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกแนะนำว่า ห้ามจ่ายเงินเด็ดขาด

มันเข้ามาในองค์กรเราได้ยังไง

หลายคนคิดว่าต้องเป็นแฮกเกอร์ระดับเทพเท่านั้นถึงจะเจาะระบบเข้ามาได้ แต่ความจริงแล้วช่องทางที่ Ransomware ชอบที่สุดคือ ความเผลอของพนักงาน นี่แหละค่ะ

อีเมลหลอกลวง (Phishing Mail) นี่คือช่องทางยอดฮิตอันดับหนึ่ง อีเมลปลอมที่จ่าหน้าว่ามาจากธนาคาร ไปรษณีย์ หรือฝ่ายบุคคล พร้อมไฟล์แนบที่ดูเหมือนใบเสร็จหรือใบแจ้งหนี้ พอกดเปิดดูปุ๊บ มัลแวร์ก็จะฝังตัวลงเครื่องปั๊บ และกระจายไปทั่ววงแลนบริษัททันที

ซอฟต์แวร์เถื่อนและไม่อัปเดต คอมพิวเตอร์ที่ใช้วินโดวส์เถื่อน หรือโปรแกรมที่ไม่เคยอัปเดตแพตช์ความปลอดภัย เปรียบเหมือนบ้านที่เปิดหน้าต่างทิ้งไว้ค่ะ แฮกเกอร์สามารถมุดเข้ามาทางช่องโหว่เหล่านั้นได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องหลอกให้ใครกดคลิกเลย

Windows Server 2012 End of Life Backup Help | NovaBACKUP

วิธีสร้างเกราะป้องกันข้อมูล ก่อนจะสายเกินไป

ข่าวดีคือเราสามารถป้องกัน Ransomware ได้โดยไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ราคาแพงระยับ เพียงแค่มีวินัยและทำตามหลักการพื้นฐานเหล่านี้ค่ะ

1. สำรองข้อมูลคือยาวิเศษ (Backup)

วิธีแก้เผ็ด Ransomware ที่ดีที่สุดคือการ Backup ค่ะ ถ้าโจรล็อกไฟล์เรา เราก็แค่ล้างเครื่องทิ้งแล้วดึงข้อมูลสำรองกลับมาใช้ โจรก็จะหน้าแตกเพราะรีดเงินเราไม่ได้สักบาท

กฎเหล็กของการสำรองข้อมูลคือ 3-2-1 ค่ะ มีข้อมูล 3 ชุด (ต้นฉบับ 1 + สำรอง 2) เก็บในสื่อ 2 ประเภท (เช่น ฮาร์ดดิสก์ + Cloud) และต้องมี 1 ชุดที่เก็บแยกไว้นอกวงแลน (Offline Backup) เพื่อกันไม่ให้ไวรัสลามไปติดตัวสำรองด้วย

2. อัปเดตทุกอย่างให้เป็นปัจจุบัน

อย่ากด เลื่อน การอัปเดต Windows หรือโปรแกรม Antivirus เด็ดขาดค่ะ เพราะการอัปเดตแต่ละครั้งคือการอุดรอยรั่วที่แฮกเกอร์ใช้เจาะระบบ ยิ่งอัปเดตไว บ้านเรายิ่งปลอดภัย

3. สร้างภูมิคุ้มกันให้คนในองค์กร

เทคโนโลยีดีแค่ไหนก็แพ้ความเผลอของคนค่ะ องค์กรควรมีการอบรมพนักงานให้ดูออกว่าอีเมลไหนของจริง อีเมลไหนของปลอม และห้ามโหลดโปรแกรมเถื่อนมาลงในเครื่องบริษัทเด็ดขาด

ถ้าโดนเข้าแล้วต้องทำยังไง

หากวันร้ายคืนร้ายเกิดแจ็กพอตแตกหน้าจอแดงเถือกขึ้นมา สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตั้งสติ และทำตามขั้นตอนนี้ค่ะ

ตัดการเชื่อมต่อทันที ดึงสายแลนออก ปิด Wi-Fi เพื่อไม่ให้มัลแวร์กระจายไปติดเครื่องอื่นในบริษัท อย่าเพิ่งรีสตาร์ทเครื่อง เพราะบางครั้งการรีสตาร์ทอาจทำให้กระบวนการล็อกไฟล์สมบูรณ์ขึ้น หรือทำให้หลักฐานหายไป แจ้งฝ่ายไอที ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาประเมินความเสียหายและกู้คืนระบบจาก Backup ที่เตรียมไว้

 

Ransomware เป็นภัยคุกคามที่ไม่มีวันหายไป ตราบใดที่ข้อมูลยังมีค่า อาชญากรก็จะหาวิธีมาเรียกค่าไถ่เราอยู่ดี

แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเราต้องอยู่อย่างหวาดกลัวค่ะ แค่เราหมั่นสำรองข้อมูลสม่ำเสมอ อัปเดตซอฟต์แวร์ และมีสติก่อนคลิกทุกครั้ง เราก็จะเปลี่ยนจาก เหยื่อที่น่าอร่อย ให้กลายเป็น ป้อมปราการที่เจาะไม่เข้า ได้แน่นอน

เริ่มสำรวจความพร้อมของบริษัทคุณตั้งแต่วันนี้ ดีกว่าต้องมานั่งเสียใจในวันที่ไฟล์งานทั้งหมดกลายเป็นภาษาต่างดาวนะคะ