คำธรรมดา

การตลาดแบบใช้คำธรรมดา แต่ทำให้ดูพรีเมียม

หลายคนเข้าใจว่าความพรีเมียมต้องใช้คำหรู ต้องศัพท์ยาก ต้องภาษาทางการครับ แต่ในความจริง “พรีเมียม” คือความรู้สึกว่าแบรนด์นี้มีมาตรฐาน ชัดเจน และทำให้เราสบายใจ ไม่ต้องลุ้น คำธรรมดาก็ทำให้พรีเมียมได้ ถ้าคุณใช้คำให้ชัด มีจังหวะ และสื่อความมั่นใจแบบไม่โอ้อวด บทความนี้จะพาไปทำการตลาดด้วยคำง่าย ๆ แต่ทำให้คนรู้สึกว่าแบรนด์ดูแพงขึ้นครับ

พรีเมียมเกิดจากความชัด มากกว่าคำสวยคำหรูแต่ไม่ชัดทำให้คนระวังตัวครับ แต่คำธรรมดาที่ชัดทำให้คนเชื่อ เช่น แทนที่จะพูดว่า “บริการระดับพรีเมียม” ให้พูดว่า “สรุปให้ก่อนเริ่มทำ เพื่อไม่ให้แก้ไม่จบ” หรือ “มีจุดตรวจคุณภาพก่อนส่งทุกครั้ง” ความชัดทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์นี้เป็นระบบและคุมงานได้ พอไม่ต้องลุ้น ความพรีเมียมจะเกิดเองครับ

ใช้น้ำเสียงที่นิ่งและแฟร์ แทนการอวยตัวเอง

แบรนด์ที่ดูแพงมักไม่ตะโกนครับ เขาพูดนิ่ง ๆ และแฟร์ เช่น กล้าบอกว่าเหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร กล้าบอกขอบเขตงาน และกล้าพูดข้อจำกัดแบบตรงไปตรงมา น้ำเสียงที่ไม่เร่ง ไม่กดดัน ไม่เว่อร์ ทำให้คนรู้สึกว่าคุณมั่นใจจริง ไม่ใช่พยายามขายให้ได้ พอคนรู้สึกว่าคุณแฟร์ เขาจะเชื่อใจและยอมจ่ายแพงขึ้นครับ

ทำให้คำธรรมดาดูพรีเมียมด้วย “รายละเอียดเล็ก ๆ” ที่คนเห็นแล้วมั่นใจความพรีเมียมอยู่ในรายละเอียดครับ เช่น ระยะเวลาที่ชัด ขั้นตอนที่ชัด วิธีอัปเดตงานที่ชัด และรูปแบบการสื่อสารที่ชัด คำธรรมดาอย่าง “ส่งสรุปก่อนเริ่ม” “อัปเดตเป็นรอบ” “แก้ได้กี่รอบ” “จบงานตรงไหน” ทำให้คนรู้สึกว่าทุกอย่างถูกคิดมาแล้ว ไม่ใช่ทำไปแก้ไป นี่คือความพรีเมียมที่เกิดจากระบบ ไม่ใช่จากคำหรูครับ

การตลาดแบบใช้คำธรรมดาแต่ทำให้ดูพรีเมียม คือทำให้ภาษาชัด นิ่ง และมีรายละเอียดที่ทำให้คนไม่ต้องลุ้นครับ พรีเมียมไม่จำเป็นต้องใช้ศัพท์ยาก แต่ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์นี้มีมาตรฐาน คุมคุณภาพได้ และแฟร์กับเขา เมื่อความชัดและความสบายใจเกิด ราคาเดิมก็จะดูคุ้มขึ้น และแบรนด์จะดูแพงขึ้นแบบเป็นธรรมชาติครับ